Link Copied!

https://www.blueberlin.co.th/wp-content/uploads/2022/12/Rabbit-Cat-PDP_Hover.png
กลับไปยังหน้ารวมสินค้า

สูตรกระต่าย

เลขทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะเลขที่: 01 07 65 0381

ชนิด อาหารสัตว์เลี้ยงที่มีโภชนาการครบถ้วน

เนื้อกระต่าย อุดมไปด้วย”ไบโอติน”ซึ่งช่วยบำรุงขนและผิวหนังโดยเฉพาะ ช่วยลดอาการผิวอักเสบ ช่วยให้ขนยาวเร็ว เงางาม สลวย ลดอาการแพ้ ย่อยและดูดซึมง่าย ไม่มีกลิ่นคาว
เหมาะสำหรับแมวที่ต้องการเตรียมตัวเรื่องขน เพื่อประกวดโดยเฉพาะ รวมถึงแมวที่ต้องการบำรุง ฟื้นฟู ดูแลผิวหนังและเส้นขนเป็นพิเศษ

1. เสริมสร้างภูมิต้านทาน มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
2. เพิ่มน้ำหนักและกล้ามเนื้อ
3. มีสุขภาพขนที่เงางามและลดปริมาณการหลุดร่วง
4. ได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายและปัสสาวะ
5. มีสุขภาพปากและฟันที่ดี ไม่มีกลิ่นปาก
6. ปรับระบบการทำงานของลำไส้ ลดกลิ่นและขนาดของอุจจาระ

ส่วนผสม

เนื้อกระต่าย, เครื่องในไก่, กระดูกไก่, ไข่แดงไก่, น้ำมันปลาแซลมอน, ทอรีน, วิตามิน แอนด์ มิเนอรัล บีบี บาร์ฟ (วิตามินเอ, วิตามินดี, วิตามินอี, วิตามินเค, วิตามินซี, ไลซีน, วิตามินบี1, วิตามินบี2, วิตามินบี3, วิตามินบี6, วิตามินบี12, กรดนิโคทินิก, กรดโฟลิค, ไบโอติน, โคลีน, อิโนซิทอล)

คำถามที่พบบ่อย
ปริมาณที่แนะนำให้แมวกิน

• น้ำหนักแมว    0.5-1กก.   ปริมาณอาหาร 74-124 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    1-2 กก.     ปริมาณอาหาร 124-209 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    2-3 กก.     ปริมาณอาหาร 209-284 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    3-4 กก.     ปริมาณอาหาร 284-352 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    4-5 กก.     ปริมาณอาหาร 352-416 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    5-6 กก.     ปริมาณอาหาร 416-477 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    6-7 กก.     ปริมาณอาหาร 477-535 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    7-8 กก.     ปริมาณอาหาร 535-592 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    8-9 กก.     ปริมาณอาหาร 592-646 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    9-10 กก.   ปริมาณอาหาร 646-700 กรัม ต่อวัน
• น้ำหนักแมว    >10. กก.     ปริมาณอาหาร >700 กรัม ต่อวัน
ค่าพลังงานที่ใช้ได้เท่ากับ 138 กิโลแคลอรี่ต่ออาหาร 100 กรัม
*หมายเหตุ: ควรแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ ให้แมวทานบ่อยๆ ดีกว่าให้มื้อละเยอะๆ

Recommended daily amounts of food(Gram as fed/Day) g
วิธีการใช้

1. ละลาย BB BARF ในช่องแช่เย็นอุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส (ประมาณ 12-24 ชั่วโมง)
2. ตักให้แมวกินตามปริมาณแนะนำ

วิธีการเก็บรักษา

• แช่เย็น ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0-4 องศาเซลเซียส เก็บได้ 2-3 วัน
• แช่แข็ง ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส เก็บได้ 12 เดือน

ข้อควรระวังและควรปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

1. ละลายอาหารในตู้เย็นช่องธรรมดาล่วงหน้า 1 วัน ไม่ควรละลายในไมโครเวฟ และไม่ควรนำมาวางในอุณหภูมิห้องเพื่อละลาย (การละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา ใช้เวลานานแต่ปลอดภัย)

2. BB BARF ที่ละลายแล้วห้ามนำกลับไปแช่แข็งใหม่

3. ตักให้แมวกินทีละพอดี และห้ามวางให้กินเกิน 30 นาที ถ้าไม่พอตักให้เพิ่ม ถ้าเหลือควรทิ้ง ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่ควรวางให้กินทั้งกระปุกพอเหลือแล้วเอาเข้า-ออกตู้เย็นบ่อยๆ เพราะจะทำให้อุณหภูมิอาหารเปลี่ยนแปลงขึ้นลงซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอาหาร

4. เก็บรักษาในช่องแช่แข็ง ควรเป็นตู้เย็นแบบ 2 ประตู (เก็บได้นาน 1 ปี)

5. ถ้าแมวกิน BB BARF ดีอยู่แล้ว ห้ามให้อาหารเปียกหรือขนมแมวเลีย เนื่องจากจะทำให้แมวติดกลิ่นแล้วไม่ยอมกิน BARF (เนื่องจาก BB BARF ไม่ปรุงรส ไม่แต่งกลิ่น ไม่ใส่สี และไม่ใช้วัตถุกันเสีย)

6. ห้ามนำ BB BARF ไปปรุงสุก เพราะแมวไม่สามารถย่อยกระดูกสุกได้ และความร้อนยังทำลายสารอาหารและกรดอมิโนที่จำเป็นไปทั้งหมดอีกด้วย

น้องแมวเริ่มกินได้ตั้งแต่อายุเท่าใด ?

น้องแมวเริ่มกินได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน โดยเริ่มให้กินทีละน้อยเพื่อให้กระเพาะของแมวปรับตัวก่อนและค่อยๆเพิ่มปริมาณการให้ตามขนาดและน้ำหนักของแมว

เราสามารถฝึกให้น้องแมวกิน BARF ได้อย่างไร ?

ผสมกับอาหารเปียกที่เคยใช้ หรืออาหารเปียกที่มีกลิ่นแรงแล้วค่อยๆลดปริมาณอาหารเปียกลง หรือ ใช้ไซริงขนาด 3cc.(ตัดจุกออก เพื่อง่ายในการดูดเนื้ออาหารแล้วป้อนเข้าปากน้องโดยตรง)

คลายข้อสงสัยเรื่องพยาธิในอาหารดิบ

BB BARF มีผลการทดสอบว่าไม่มีพยาธิและเชื้อก่อโรค ปลอดภัยมั่นใจได้ทุกกระปุก